ฝึกอาชีพ ฟื้นฟูจิตใจ ในการควบคุมประพฤติ

น.ต. มาโนศ กุลเถื่อน เผย กระบวนการดูแลผู้ต้องขังต้องเป็นไปตามขั้นตอน โดยเฉพาะการฝึกวิชาชีพและการฟื้นฟูจิตใจเป็นจุดสำคัญ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อตัวผู้ต้องขังและสังคมส่วนรวม

 

เรือนจำหรือสถานกักกันผู้ต้องขังเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ควบคุมความประพฤติของผู้ที่กระทำความผิด ทั้งเจตนาและไม่เจตนา ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ‘เรือนจำทหารอากาศ สำนักงานผู้บังคับทหารอากาศดอนเมือง’ และถึงแม้ว่าเรือนจำทหารอากาศฯจะขึ้นชื่อว่าเป็นเรือนจำ แต่สำหรับสถานที่แห่งนี้นั้น คือความแตกต่างที่ไม่ค่อยมีใครทราบถึงข้อเท็จจริง

นาวากาศตรีมาโนศ กุลเถื่อน หัวหน้าฝ่ายฝึกอาชีพและฟื้นฟูจิตใจเรือนจำทหารอากาศดอนเมืองฯ เปิดเผยว่า เรือนจำทหารอากาศฯนั้นแตกต่างจากเรือนจำทั่วไป โดยเรือนจำทหารอากาศฯ เป็นเรือนจำที่ควบคุมความประพฤติของทหารหรือข้าราชการ ไม่มีพลเรือน ซึ่งนักโทษจะมี 2 ประเภท คือ นักโทษวินัย และนักโทษคดีอาญา ซึ่งนักโทษวินัย จะเป็นในกรณีของทหารหรือข้าราชการที่กระทำความผิด ขาดราชการหรือหนีราชการ ส่วนนักโทษอาญา จะเป็นในกรณีของทหารหรือข้าราชการที่กระทำความผิด เช่น ทำร้ายร่างกายหรือลักทรัพย์

น.ต. มาโนช กล่าวต่อไปว่า การฝึกวิชาชีพและการฟื้นฟูจิตใจให้กับผู้ต้องขัง คือหนึ่งในกระบวนการเพื่อดูแลและควบคุมความประพฤติ โดยการฝึกวิชาชีพนั้น เพื่อให้ผู้ต้องขังได้มีการทำกิจกรรมและมีวิชาชีพติดตัวในขณะที่จองจำ ซึ่งหลังจากพ้นโทษ ก็สามารถนำวิชาชีพนั้นๆ ไปใช้ในการประกอบอาชีพได้ในอนาคต เช่น การผลิตกระถางต้นไม้ การทำปูนปั้น การทำลวดประดิษฐ์ การเพาะชำและปลูกพืชผักสวนครัว ส่วนการฟื้นฟูจิตใจ จัดทำขึ้นเพื่อให้ผู้ต้องขังได้รู้สึกผ่อนคลาย รู้สึกเสมือนบ้าน โดยจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น จัดการอบรมคุณธรรมจริยธรรม การนิมนต์พระภิกษุสงฆ์เพื่อให้ผู้ต้องขังได้ทำบุญตักบาตร และได้จัดกิจกรรมตามเทศกาลต่างๆ

น.ต. มาโนช กล่าวในที่สุดว่า การบำเพ็ญประโยชน์ของผู้ต้องขังนั้นมี แต่ไม่บ่อยนัก และจะเป็นในส่วนของนักโทษวินัย ซึ่งการบำเพ็ญประโยชน์จะเป็นเรื่องของการพัฒนาชุมชน เช่น การขุดคูคลอง การทำความสะอาด ภายในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง โดยมีผู้ควบคุมคอยดูแลอย่างใกล้ชิด