“ดร. นพปฎล” เผย โลจิสติกส์ไทยขยายตลาดกว้างขึ้น แต่ขาดแรงงานที่มีประสบการณ์

อาจารย์ประจำสาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยว่า โลจิสติกส์นั้นแทรกซึมอยู่ในทุกๆเรื่อง ภาคการศึกษาจึงให้ความสำคัญมากขึ้น เพื่อพัฒนาการศึกษาทางด้านโลจิสติกส์ให้ก้าวไกลไปมากกว่านี้ และสามารถดำเนินงานจากผู้มีประสบการณ์ได้โดยตรง

 

ดร. นพปฎล สุวรรณทรัพย์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ให้สัมภาษณ์ว่า ธุรกิจโลจิสติกส์นั้นแทรกซึมอยู่ในทุกๆเรื่อง แต่ภาครัฐนั้นให้ความสนใจในเรื่องของการขนส่งเป็นหลัก และโลจิสติกส์ในปัจจุบันได้มุ่งเน้นเพื่อลดต้นทุนการผลิตให้กับผู้ประกอบการ ทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ เพราะฉะนั้น ก็จะเหลือต้นทุนค่าขนส่ง ค่าเก็บรักษา ค่านำเข้าส่งออก ซึ่งกระบวนการต่างๆเหล่านี้ เรียกว่า โลจิสติกส์  ภาครัฐจึงพยายามผลักดันให้ภาคเอกชน หรือ ภาคการศึกษานั้นมีองค์ความรู้ทางด้านโลจิสติกส์มากขึ้น เพื่อที่ไทยจะแข่งขันกับประเทศอื่นได้ เช่น ประเทศสิงคโปร์นั้นไม่มีการผลิต แต่ต้นทุนการนำเข้าและส่งออกถูกกว่าประเทศในภูมิภาคอาเซียน เพราะฉะนั้นสิงคโปร์เลยกลายเป็นศูนย์กลางการนำเข้าส่งออกสินค้า และมีกระบวนการนำเข้าส่งออกสินค้าที่รวดเร็ว ค่าใช้จ่ายถูก บริษัทต่างประเทศเลยมาใช้ท่าเรือที่สิงคโปร์มากกว่าประเทศอื่นๆในอาเซียน รัฐบาลจึงพยายามผลักดันโลจิสติกส์ไทยให้มีศักยภาพมากขึ้น

ดร. นพปฎล สุวรรณทรัพย์ กล่าวต่ออีกว่า การศึกษาสาขาโลจิสติกส์ คือ สหวิชาการไม่ได้มีการแบ่งว่าอยู่ในศาสตร์ใดศาสตร์หนึ่ง แต่โลจิสติกส์อยู่ในทุกๆศาสตร์ ซึ่งโลจิสติกส์ในศาสตร์บริหารธุรกิจนั้นเป็นแค่ส่วนหนึ่งของการบริหารที่อยู่ในการตลาด การผลิต ค้าปลีก อยู่ในเรื่องของการบริหารจัดการ เพราะฉะนั้นศาสตร์โลจิสติกส์ที่จะพัฒนาในอนาคตข้างหน้า คือ การเอาทุกๆศาสตร์มาบูรณาการให้เข้ากับโลจิสติกส์ เหมือนให้ผู้ศึกษาในศาสตร์อื่นๆเข้าใจในกระบวนการโลจิสติกส์ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำว่ามีความเป็นอย่างไร อย่างการผลิตโฆษณาสักชิ้นหนึ่งนั้นต้องมีต้นทุนอะไรบ้าง ค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ซึ่งมีการ

ผลิตอยู่แล้วแต่ไม่ค่อยได้สนใจกันว่าต้นทุนนั้นมาจากไหน หรือกระบวนการผลิตเป็นอย่างไร อนาคตข้างหน้าโลจิสติกส์ก็ต้องบูรณาการศาสตร์พวกนี้มากขึ้น ให้คลอบคลุมมากขึ้น ตลาดแรงงานตอนนี้ไม่ได้ต้องการคนที่จบไปแล้วทำธุรกิจ สิ่งที่ต้องการคือจบไปแล้วทำงานได้ ไม่ใช่ไปเป็นผู้จัดการ แต่ต้องการพนักงานในระดับปฏิบัติการ หลายๆที่ได้ปรับแผนการเรียน คือเด็กที่เรียนโลจิสติกส์จะต้องฝึกงาน 1 ปี ไม่ใช่ 1 เทอม ในอนาคตข้างหน้าสถาบันการศึกษาจะต้องผลิตคนงานหรือผลิตบัณฑิตให้อยู่ภายใต้มาตรฐานวิชาชีพอย่างการขับรถโฟล์คลิฟต์ต้องมีใบมาตรฐานการขับรถโฟล์คลิฟต์ ถึงจะสามารถขับได้

อย่างไรก็ตาม ดร. นพปฎล เผยว่า การลงทุนทางด้านโลจิสติกส์มีมากขึ้นในไทย ส่งผลให้ความต้องการทางด้านแรงงานมากขึ้นตามกัน และหน่วยงานการศึกษาก็ให้ความสำคัญมากขึ้น เปิดสาขาเยอะขึ้นด้วยเช่นกัน แต่ปัญหาคือการที่คนเรียนจบโลจิสติกส์ไปแล้วแต่ไม่ได้ทำงานทางด้านนี้ ทำให้ยังขาดแรงงาน หรือผู้ที่เข้าใจการทำงานที่แท้จริงทางด้านโลจิสติกส์อยู่มากเช่นกัน