ครูไทย ชี้ นักเรียนเลือกเรียนตามที่สังคมฝันให้

การเรียนการศึกษาเด็กไทยอัดแน่น จนเด็กไม่มีเวลาตามหาความฝันของตนเอง แท้จริงแล้วที่เลือกเรียนนั้นความฝันตนเอง หรือสังคมฝันให้

 

นายวารุต ขำเจริญ ครูผู้ช่วย โรงเรียนสุวรรณารามวิทยาคม  กล่าวว่า สาเหตุที่เด็กนักเรียนสมัยนี้หว่านสมัครเข้ามหาวิทยาลัยมีสาเหตุมาจาก เด็กนักเรียนไม่มีฝัน ไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร ไม่รู้ว่าทำอะไรแล้วสนุก เพราะ เด็กบางคนก็เรียนแล้วสนุกทุกวิชา กับเด็กอีกกลุ่มที่เรียนแล้วรู้สึกน่าเบื่อทุกวิชา จึงไม่สามารถตามหาศักยภาพหรือสามารถค้นหาตัวเองได้เจอ

นายวารุต ขำเจริญ เผยว่า การศึกษาไทยมีหลักสูตรที่ให้เนื้อหากับเด็กนักเรียนมาก เด็กจึงไม่เกิดกระบวนการค้นหาตนเอง และเวลาในการสอนแต่ละวันก็อัดแน่นวิชาความรู้ให้กับเด็กมากทั้งวัน จึงไม่สามารถจัดเวลาที่จะแนะแนวเด็กได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังกลัวว่าจะสอนหนังสือเด็กไม่ทันตามที่วางแผนไว้ ซึ่งผลที่ได้ก็อาจจะทำให้เด็กเรียนไม่ทัน และไม่สามารถนำความรู้ไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ เมื่อถึงเวลาสอบเข้ามหาวิทยาลัยเด็กก็จะเลือกคณะตามที่สังคมฝันให้ ถ้าเด็กเก่งหน่อยก็เลือกหมอ โดยที่เด็กจะบอกว่าเป็นความฝันของตัวเอง แต่จริงๆแล้วนั้นเด็กก็ยังไม่มั่นใจว่าเป็นความฝันของตัวเองจริงหรือเปล่า หรือว่าสังคมฝันให้ และด้วยกระบวนการการสอนที่ไม่ได้เอื่อต่อการแนะนำเด็ก เพราะ ครูสมัยนี้ทำงานสอนหนังสือเป็นรอง แต่งานเอกสารเป็นหลัก จึงทำให้ไม่สามารถช่วยเด็กหาความฝันได้ แต่ก็อาจจะไม่ใช่เด็กทุกคน เพราะเด็กยุคนี้โชคดีที่มีการจัดOpenHouseตามมหาวิทยาลัย จึงทำให้เด็กแสวงหาข้อมูลได้ด้วยตนเอง

นายวารุต ขำเจริญ กล่าวว่า ครูทุกคนพยายามแนะแนวเด็กเท่าที่ทำได้เท่าที่ความสามารถของตนมี และให้ความรู้ในแต่ละวิชาว่าระหว่างมหาวิทยาลัยกับมัธยมมีความแตกต่างกันอย่างไร แนะแนววิธีการสอบอย่างไรให้คะแนนดีขึ้น

หรือจะทำอย่างไรให้เข้าคณะตามที่เด็กต้องการได้ แต่ด้วยยุคสมัยอาจารย์บางท่านที่มีอายุก็อาจจะไม่เข้าใจเด็ก ในเรื่องกระบวนการAdmission ในยุคสมัยนี้

อย่างไรก็ตาม นายวารุต กล่าวต่ออีกว่า เป้าหมายที่แท้จริงของเด็กนอกจากต้องการเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยให้ได้แล้ว ก็ยังตอบสนองต่อความคาดหวังของพ่อแม่ สังคม คนรอบข้าง เด็กหลายๆคนทำเพื่อคนอื่น แต่ลืมตอบสนองความคาดหวังของตนเอง

นายวารุต แนะว่า อยากให้เด็กพยายามหาให้ได้ว่าตัวเองฝันว่าอยากจะเรียนอะไรจริงๆ และแยกให้ออกว่าเราฝันจริงๆไม่ใช่คนอื่นฝันให้ และที่สำคัญคือข้อมูลการศึกษาในสายที่เราสนใจ ยิ่งรู้มากก็ยิ่งได้เปรียบ และสิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัย คือ ต้องเตรียมใจว่ามีเป้าหมายอะไร และใช้อะไรเป็นแรงผลักดัน ต้องมีการวางแผน โดยย้อนกลับมามองตนเองว่าเตรียมความพร้อมมากแค่ไหนแล้ว และเริ่มทำตารางให้ชัดเจนว่าต้องทำอะไรถึงจะไปถึงเป้าหมายได้

นางสาวบัวบูชา โพธ์ศรี นักเรียนมัธยมชั้นปีที่ 6 โรงเรียนสงวนหญิง เผยว่า อยากมีที่เรียนโดยเป็นคณะที่ต้องการเรียน เพราะทุกที่ที่เลือกคือสิ่งที่คิดว่าเป็นตัวเราละคิดว่าจะถนัด เพราะถ้ายึดติดสถาบันแต่มันไม่มีคณะที่อยากจะเรียนก็คงไม่อยากเข้าศึกษา  หากเข้าเรียนก็จะทำมันไม่ดีพอ อาจจะเสียทั้งเวลา และเสียเงินอีก จนอาจจะทำให้ศึกษาต่อไม่จบก็เป็นได้