'มะนาวเงินล้าน'เป็นจริง ปี’ 60 ส่งออกจีน ญี่ปุ่น มาเลย์

มะนาว,เกษตรกร,เศรษฐกิจ,มะนาวเงินล้าน,จังหวัดปทุมธานี,สวนมะนาวมงคล,โครงการมะนาวเงินล้าน,รายได้เกษตรกร,เกษตรกรจ.ปทุมธานี

     เกษตรกรจังหวัดปทุมธานี เผยปลูกมะนาวในบ่อปูน ปลูกง่าย ได้ผลผลิตดี อีกทั้งประหยัดน้ำและไม่กระทบปัญหาภัยแล้ง รวมถึงสร้างรายได้หลักแสนให้กับผู้ปลูก ชี้เตรียมการส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศทั้ง จีน มาเลเซีย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ในอนาคต

    มะนาว ถือเป็นผลไม้สารพัดประโยชน์ เพราะนอกจากจะใช้ประกอบอาหารแล้วยังสามารถใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆได้อีก เช่น ทำความสะอาดเสื้อผ้าหรือใช้ในด้านสมุนไพรความงาม เป็นต้น ทำให้ครัวเรือนต้องมีมะนาวติดบ้านไว้ แต่ปัจจุบันเนื่องจากปัญหาภัยแล้งทำให้มะนาวมีราคาแพงขึ้น ประชาชนก็ต้องซื้อมะนาวในราคาที่สูงขึ้น

    นางสาว ภัฎ บุญชาสฎฐ สมาชิกโครงการมะนาวเงินล้านเพื่อการส่งออกจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า โครงการมะนาวเงินล้าน มีเป้าหมายว่า จะต้องปลูกมะนาว ให้ได้หนึ่งล้านต้น เพื่อส่งขายมะนาวออกขายต่างประเทศ ปัจจุบันนี้ทางสวนของตนมีพื้นที่ 15 ไร่ที่ใช้ในการปลูกมะนาว โดยเริ่มปลูกโดยศึกษาจากผู้ที่เชี่ยวชาญในเรื่องของการเกษตร และลงพื้นศึกษาสวนมะนาวของเกษตรกร ในจังหวัดสิงห์บุรีและนครนายก ได้ไปศึกษาว่าเป็นอย่างไร ปลูกแล้วจะได้ผลผลิตหรือไม่ ระยะแรกทดลองปลูกที่บ้าน 4 ต้น และได้ขยายการปลูกเพิ่มขึ้นในเวลาต่อมา

    “ในด้านความประสบความสำเร็จในการปลูกมะนาว ตอนนี้อยู่ที่ 80% ส่วนอีก 20% นั้น จะต้องรอในปี 2560  เมื่อสมาชิกในโครงการมะนาวเงินล้านปลูกมะนาวได้มากพอที่สามารถส่งออกต่างประเทศได้ ถือว่าสำเร็จ 100% โดยในด้านการส่งออกนั้น ปี 2560 จะมีการเก็บผลมะนาวเพื่อส่งออกต่างประเทศ ขณะนี้มีทั้ง จีน มาเลเซีย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ขณะนี้มีสมาชิกปลูกมะนาวแล้วกว่า 300,000 ต้น” นางสาว ภัฎ กล่าว

    สมาชิกโครงการมะนาวเงินล้านเพื่อการส่งออกจังหวัดปทุมธานี กล่าวต่อไปอีกว่า การปลูกมะนาวลงในบ่อปูนซีเมนต์ ที่มีขนาด 100 เซนติเมตร ทำให้ไม่เปลืองปุ๋ย ไม่เปลืองน้ำเพราะน้ำที่รดไปจะซึมลงก้นบ่อที่กักเก็บน้ำ รากของมะนาวก็จะสามารถดูดน้ำภายในบ่อไปหล่อเลี้ยงต้นมะนาวได้ หากปลูกลงดินเมื่อรดน้ำ น้ำก็จะซึมลงไปในดิน อีกทั้งการปลูกมะนาวมีโรคต่างๆ เกิดขึ้น แต่ว่าผู้ปลูกต้องคอยฉีดยาฆ่าแมลง ให้และดูแลในเรื่องของแมลงผีเสื้อกลางคืนที่จ้องมาวางไข่ คือดูแลไม่ให้มันกลายเป็นหนอน คิดค้นผลผลิตเสียหาย ตนมีความคิดที่จะต่อยอดผลผลิตจากมะนาว เช่น  สบู่มะนาว ครีมล้างหน้ามะนาว ขณะนี้กำลังระดมทุนเพื่อที่จะซื้อเครื่องทำมะนาวแห้งหรือมะนาวผง ส่วนเปลือกของมะนาวที่ใช้แล้วสามารถนำไป ดองเค็มหรือเชื่อมแช่อิ่ม เพราะเปลือกมะนาวจะมีประโยชน์ สรรพคุณหลากหลาย สามารถต้านอนุมูลอิสระ ลดการกำเนิดของมะเร็ง อีกทั้ง การปลูกมะนาวลงทุนไม่สูง แต่ต้องใส่ใจดูแลเพื่อให้ผลผลิตเป็นที่น่าพอใจได้รับผลกำไรมากขึ้น

    นาย มงคล มงคลพาณิชย์  เจ้าของสวนมะนาวมงคล จังหวัดปทุมธานี เปิดเผยว่า ตนมีที่ดินเปล่าจึงอยากพัฒนาเป็นสวนมะนาว จึงได้ขอคำปรึกษาและขอคำแนะนำจากเพื่อนที่เคยปลูกเพาะ ต้องใช้ความรู้และความเข้าใจในการทำสวน เริ่มต้นปลูกมะนาวครั้งแรกที่ 50 ต้น คือมะนาวพันธ์ุแป้นรำไพกับแป้นพิจิตร ซึ่งเป็นสองสายพันธุ์ ที่ตรงกับความต้องการของตลาด โดยปลูกในบ่อซีเมนต์ เส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 80 เซนติเมตร สูงประมาณ 60 เซนติเมตร

 นาย มงคล มงคลพาณิชย์  เจ้าของสวนมะนาวมงคล 

    เศรษฐกิจระยะนี้ส่งผลให้มะนาวราคาแพงขึ้น  ทางสวนจึงได้จำหน่ายกิ่งพันธ์ุ และต่อยอดนำผลมะนาวมาทำเป็นน้ำมะนาวเพื่อจำหน่ายเพิ่มรายได้ ปัจจุบันนี้มีพื้นที่ปลูกมะนาว 10 ไร่ และจะขยายต่อไปในอนาคต  ด้านการปลูกมะนาว ขณะนี้ยังไม่มีผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง เนื่องจากในพื้นที่มีการจัดสรรการใช้น้ำที่ดี อีกทั้งทางรัฐบาลมีการกระจายข่าวและการบอกก่อนล่วงหน้า รวมถึงได้มีการส่งเกษตรตำบลเข้ามาแจ้งว่าจะมีเกิดภัยแล้งขึ้นในเดือนมีนาคม-เมษายน ทางสวนจึงได้มีการเตรียมตัวไว้ล่วงหน้า ปัญหาภัยแล้งจึงไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรต่อธุรกิจขายกิ่งพันธ์ุมะนาวมากนัก เพราะมะนาวมีราคาสูงขึ้น  ยอดซื้อกิ่งพันธุ์จะตกลงไปบ้าง สาเหตุเนื่องจากคนส่วนใหญ่ไม่กล้านำไปปลูกเพราะอยู่ในช่วงปัญหาภัยแล้ง อีกทั้งระยะนี้เศรษฐกิจทั่วโลกก็ซบเซา กำลังซื้อจึงหายไป

    “การปลูกมะนาวในบ่อจะได้ผลกว่าการปลูกในดิน เพราะสามารถควบคุมปริมาณน้ำและปุ๋ยได้ โดยตั้งแต่เริ่มทำดิน ดินต้องมีส่วนผสมที่ดี ในเรื่องของปุ๋ย ก็มีทั้งปุ๋ยคอกปุ๋ยเคมี และปุ๋ยชีวภาพ คือใช้ จุลินทรีย์ EM ผสมลงไปในบ่อที่เราจะรดน้ำ และดึงน้ำนั้นขึ้นมารดอีกที ช่วยปรับสภาพดิน ปรับค่าของความเป็นกรด-ด่างของดิน ช่วยให้ดินสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ในเรื่องของโรคที่เกิดขึ้นกับมะนาวนั้น มีทั้งเชื้อราและแบคทีเรีย อีกทั้งมะนาวเป็นพืชที่ไม่ทนโรค วิธีการดูแลรักษาคือ ต้องรักษาให้ถูกโรค จะได้รักษาให้ถูกวิธี  ในด้านรายได้ โดยเฉลี่ยขายกิ่งพันธุ์  ได้300-400 กิ่งต่อเดือน ซึ่งรายได้ไม่แน่นอน บางเดือน ก็ได้ 3,000-4,000 บาทบางเดือนก็ได้ 100,000 บาท อีกทั้งมีลูกค้ามีรายใหม่เข้ามาตลอด บางคนซื้อไปลองปลูก 30 ต้น เราก็แนะนำวิธีปลูกไป ที่ขายทุกวันนี้ไม่ได้ขายแค่กิ่งพันธุ์แต่ขายความรู้ ขายเทคนิคและขายวิธีการปลูก อยากให้ทราบถึงตั้งแต่การรักษาโรค หลังจากการปลูกไปแล้ว หากมีปัญหาสามารถกลับมาถามได้ ลูกค้าบางคนศึกษาวิธีปลูกมาจากอินเทอร์เน็ต ซึ่งมันก็ไม่ตรง เพราะเมื่อได้ลงมือทำจริง จึงประสบปัญหามากมาย” นาย มงคล กล่าว