'ปลูกกระบองเพชรขาย' กระแสไม่ตก-กำไรดี

กระบองเพชร,แคคตัส,ธุรกิจ,ต้นไม้,ไม้อวบน้ำ,ฮิปสเตอร์,รายได้ดี,ตลาดต้นไม้,กิจกรรมยามว่าง

     ผู้ประกอบการร้านขายกระบองเพชร เผย กระแสนิยมปลูกกระบองเพชรยังแรงไม่ตก สามารถขายได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงเทศกาล เฉลี่ยประมาณ 10,000-100,000 บาท/เดือน ชี้ราคาถูก-แพง ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ระยะเวลาการเลี้ยงดู และปัจจัยอื่นๆ

      นางทัศนีย์ สุคนธ์ ผู้ประกอบการขายกระบองเพชรร้านดอกเตอร์แคคตัส กล่าวถึง ธุรกิจการขายกระบองเพชร ว่า กระบองเพชรขายดีสม่ำเสมอ และจะขายได้ดีขึ้นในช่วงเทศกาล อาทิ  เทศกาลวันวาเลนไทน์ วันปีใหม่ เพราะตลาดการขายกระบองเพชรนั้นค่อนข้างคงที่ไม่ลดลง ด้านราคาต่ำสุด 25 บาทต่อต้น และบางสายพันธุ์ 4,000 บาท ขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการเจริญเติบโต ถ้าหัวของกระบองเพชรใหญ่จะมีราคาที่แพงกว่าต้นเล็ก สามารถเริ่มออกวางขายได้ตั้งแต่อายุประมาณ5-6 เดือน รายได้เฉลี่ยต่อเดือนเมื่อช่วงปี 2556-2557 ตกประมาณ 10,000 บาท ขึ้นไป ส่วนปี 2558 ตั้งแต่ต้นปีมาจนถึงตอนนี้มีรายได้ที่ลดลงเนื่องจากเกิดปัญหาธุรกิจซบเซา นอกจากกระบองเพชรแล้วทางร้านยังขายอุปกรณ์อื่น เช่น กระถาง หิน ดิน เสริมอีกด้วย

     นางทัศนีย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การลงทุนช่วงเริ่มต้นของกระบองเพชรนั้น ตนซื้อตั้งแต่อายุยังน้อย เนื่องจากที่ผ่านมาราคาต่ำสุดคือต้นละ 10 บาท และเลี้ยงมาอย่างต่อเนื่องเมื่อมีจำนวนเพิ่มขึ้นจึงมาเริ่มขาย ด้านการลงทุนเพิ่มเติมก็คือ ค่าดิน และจะต้องเป็นดินร่วนที่เหมาะกับการปลูก ส่วนสายพันธุ์กระบองเพชรที่นำมาขายมีจำนวนมากกว่า 50 สายพันธุ์ ซึ่งผู้ซื้อนั้นส่วนใหญ่จะนิยมเกือบทุกชนิดในระดับการซื้อเฉลี่ยเท่าๆกัน ส่วนกระบองเพชรที่สั่งนำเข้ามาจากประเทศอเมริกาและญี่ปุ่นจะไม่ได้นำมาลงขายหน้าร้าน เนื่องจากมีราคาที่ค่อนข้างแพง

     นางสาวจิราพร บุญปักษ์ ผู้ประกอบการขายกระบองเพชรร้าน ES cactus กล่าวว่า การลงทุนระยะแรกต้องลงทุนต่อเนื่องอยู่ตลอด เนื่องจากบางครั้งเพาะไม่ทัน จึงต้องซื้อเมล็ด หรือซื้อต้นกระบองเพชรไปพร้อมกัน ใน 1 สัปดาห์ไม่ต่ำกว่า 10,000 บาท แต่โดยปกติจะเพาะเองและรับมาจากสวนคนที่รู้จัก ส่วนกระแสจะมีขึ้นๆ ลงๆบ้าง แต่ก็สามารถจำหน่ายได้ตลอด ราคาจะอยู่ช่วงต่ำสุดต้นละ 20 สูงสุดถึงต้นละ 10,000   บาทก็มี ส่วนรายได้ต่อเดือนหากออกบูธเป็นประจำรายได้จะ ไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาท เนื่องจากกระบองเพชรเป็นที่นิยมเลี้ยงมากในปัจจุบัน พันธุ์ที่ขายดีที่สุดในร้านคือ “แมมมิลลาเรีย” เพราะเป็นช่วงฤดูหนาวทำให้ออกดอกจำนวนมาก นอกจากนั้นทางร้านยังขายอุปกรณ์การปลูก สวนขวด งานไม้ เพิ่มเติมอีกด้วย ด้านจุดเด่นของร้านอยู่ที่การให้คำปรึกษาแนะนำลูกค้าได้  เนื่องจากศึกษามาโดยตรง และเปิดช่องทางสื่อสารทางโซเชียลมีเดียให้ลูกค้าสามารถติดต่อได้หลายช่องทาง                                                                                                                                          

     นางสาวพรพรรณ ชลสุวัฒน์ ผู้ประกอบการขายกระบองเพชรและไม้อวบน้ำ  ร้าน Cactusdreamyok กล่าวถึง ธุรกิจกระบองเพชรว่า เริ่มจากความชอบส่วนตัวจนกลายมาเป็นธุรกิจจริงจังประมาณ 3 ปีที่ผ่านมา การลงทุนโดยเฉพาะโรงเรือนสำคัญมาก รวมทั้งซื้อต้นไม้ในการปลูก และการลงทุนต้นอื่นๆ ตกประมาณ ล้านกว่าบาท แต่ต้นทุนถ้าเป็นไม้ตลาดทั่วไปที่คนนิยม ต้นทุนต่อกระถางไม่เกิน 10-15บาท เมื่อนำไปขายจะตั้งราคาที่ 20 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ ด้วย ทั้งนี้ที่ร้านจำหน่ายมีมากกว่า 100 สายพันธุ์ แต่พันธุ์ที่นิยมที่สุดคือ ฮาโวเทีย(หยดน้ำ) และแอสโตรไฟตัม เนื่องจากมีความสวยงามจึงนิยมซื้อตามๆ กัน กลุ่มไม้ที่ร้านขายจะเน้นเป็นกลุ่มไม้สะสม ราคา 100 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับ ต้นทุน พ่อแม่สายพันธุ์ และลักษณะหน้าตา ส่วนจุดเด่นของร้านคือ มีไม้หลากหลายสายพันธุ์ หลากหลายราคา ขายทั้งเมล็ดและต้น รายได้ต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 10,000 บาท

     “กระแสในการปลูกกระบองเพชรจะยังเป็นที่นิยมอยู่ เนื่องจากมีข้อดีหลายอย่าง เช่น ทำให้คนใจเย็นและได้ ผ่อนคลาย ประหยัดพื้นที่ และดูแลง่าย” นางสาวพรพรรณ กล่าวปิดท้าย

    นางสาวกันยณัฎฐ์ พรจันทร์ทอง ผู้ประกอบการร้านขายกระบองเพชรร้าน Luminous House เปิดเผยว่า เริ่มลงทุนครั้งแรกในราคาไม่เกิน 2,000 บาท แต่เป็นแบบใช้ทุนต่อทุน  พอได้กำไรมาก็เอามาลงทุนต่อ  นอกจากนั้นการลงทุนในส่วนของที่เสริมมา เช่น ปุ๋ย ดิน กระถางมีต้นทุนที่ถูก หลังจากที่เอาผลิตภัณฑ์มาดีไซน์ใส่บรรจุภัณฑ์รวมถึงจัดตกแต่งกระถางอย่างพิถีพิถัน  ก็สามารถเพิ่มมูลค่าได้ เนื่องจากทางร้านขายกระบอกเพชรพร้อมอุปกรณ์ชุดปลูก D.I.Y kit ที่มีทุกอย่างพร้อม ราคาจึงเริ่มต้นที่ 100-300 บาท ทั้งนี้ราคาขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ หากเป็นพันธุ์หาปลูกในประเทศไทยยาก หรืออายุของต้นไม้ยืนยาวก็จะมีราคาที่สูง ส่วนพันธุ์ที่ขายดีนั้น คือ ยิมโนคาไลเซียม และแมมมิลลาเรีย พันธุ์ที่ขายยากเป็นพันธุ์ที่ราคาค่อนข้างสูง หายาก ดูแลยาก และมีลายด่าง สำหรับรายได้จากการขายมากสุดคือ 10,000-50,000 บาทต่อเดือน  ทั้งแบบจัดส่งทางไปรษณีย์และเปิดบูธขายตามงานออกร้านต่างๆ ทั้งนี้ก็มีบางเดือนที่ขายได้น้อย เนื่องจากเป็นการขายแบบออนไลน์จัดส่งทางไปรษณีย์ แต่ก็ยังมีลูกค้าประจำสั่งซื้อตลอด

     “ธุรกิจขายกระบองเพชรเริ่มจากการที่เราซื้อมาปลูกเองกในจำนวนน้อยก่อน เมื่อเห็นเสน่ห์ของกระบองเพชรและเริ่มชอบจึงซื้อเพิ่มขึ้น พอมีเยอะก็นำเมล็ดมาปลูกเพื่อเพาะขายต่อยอด และอีกส่วนคือการนำเข้ามาจากต่างประเทศ คือประเทศมาเลเซียและญี่ปุ่น” นางสาวกันยณัฎฐ์ กล่าว

     ในส่วนของผู้ซื้อกระบองเพชร นางสาว สาวิตี  เจตนี กล่าวถึงเหตุผลที่ซื้อกระบองเพชรมาปลูกว่า เนื่องจากกระบองเพชรเป็นต้นไม้ที่ดูแลง่ายเพียงแค่จัดที่ให้เหมาะสม หรือที่ที่มีแสงแดดส่องถึง อีกทั้งมองจากภายนอกน่ารัก รวมถึงความมีเสน่ห์ในตัว กระบองเพชร มีขนาดเล็กและกะทัดรัดผู้คนจึงชอบซื้อมาปลูก สำหรับจำนวนกระบองเพชรที่ซื้อมาเลี้ยงตอนนี้มีประมาณ 12 ต้น  ซื้อมาในราคาประมาณ 25 - 80 บาท  เหตุผลที่ซื้อในราคาเท่านี้เพราะต้องการเลี้ยงดูให้โตมากกว่า แต่ก็ยังเกิดปัญหาในการเลี้ยงดูบ้าง เพราะบางต้นรดน้ำมากเกินไปก็ตาย ส่วนค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการเลี้ยงดูนั้นไม่เสียอะไรเพิ่มเติมนอกจากการซื้อต้นในตอนแรก

    ด้าน นางสาว พรพิสุทธิ์ ฉัตรฉายประภาพร เผยเหตุผลที่ซื้อกระบองเพชรมาเลี้ยงว่า เนื่องจากเป็นต้นไม้ที่ดูแลไม่ยาก ทนต่อสภาพอากาศดีและไม่ต้องพิถีพิถัน สำหรับจำนวนกระบองเพชรที่ซื้อมาเลี้ยงเพียง 2 ต้นและอีกต้นได้รับมาจากบ้านญาติ ซื้อมาในราคาต้นละ 35 บาท พร้อมกระถางและหินสี นำมาเลี้ยงได้ประมาณห้าเดือน ซึ่งปัจจุบันยังเติบโตได้ดี หากต้นนี้ตายแล้วจะซื้อใหม่เพียงหนึ่งต้น เนื่องจากกลัวดูแลไม่ดีพอ

    ทั้งนี้จากการสัมภาษณ์ผู้ประกอบการขายกระบองเพชรทั้ง 4 รายให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า กระแสนิยมเลี้ยงกระบองเพชรจะยังไม่ลดลง เนื่องจากกระบองเพชรยังเป็นที่นิยม โดยให้เหตุผลสนับสนุนว่าเลี้ยงง่าย และดูแลไม่ยาก อดทนได้นานกว่าไม้ชนิดอื่นๆ แม้ไม่รดน้ำเป็นเดือนก็สามารถอยู่ได้ นอกจากนั้น กระบองเพชรแต่ละสายพันธุ์ จะมีเสน่ห์เป็นของตัวเอง คือการโชว์ลำต้นโดยที่ไม่ต้องจัดแต่ง เมื่อถึงเวลาอันสมควรก็จะออกดอกที่สวยงาม อีกทั้งยังสามารถปลูกได้ทุกที่ แม้แต่อยู่ในพื้นที่เล็กๆ