“ขยะ” เรื่องใกล้ตัวที่ใครๆ ก็มองข้าม

ถ้าเราพูดถึง “ขยะ” คงไม่มีคนสนใจหรือให้ความสำคัญเท่าไหร่และน้อยคนนักที่จะทราบว่าขยะมีกี่ประเภทอะไรบ้าง? แล้วหลังจากที่เราทิ้งขยะออกจากมือแล้ว ขยะเหล่านั้นจะต้องผ่านกระบวนการอะไรบ้างจนกว่าจะถึงขั้นตอนสุดท้ายในการกำจัดขยะด้วยการฝังกลบหรือการเผา แล้วคุณรู้หรือไม่? ว่าขยะที่คุณทิ้งออกจากมือนั้นจะมีการกำจัดอย่างถูกวิธีหรือไม่ แล้วถ้ากำจัดไม่ถูกวิธีจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตเราอย่างไร แล้วตัวคุณเองหรือเปล่าที่มีเป็นเหตุของผลกระทบดังกล่าว? 

“ขยะ” ในความรู้สึกของคนเรานั้นเป็นสิ่งที่น่าขยะแขยง เหม็นเน่าและไม่มีประโยชน์ คนเราเลย “สักแต่ว่าทิ้ง” ไม่สนใจว่าต้องทิ้งอย่างไร ต้องแยกขยะก่อนทิ้งหรือเปล่า บางครั้งก็ทิ้งขยะที่สามารถนำมารีไซเคิลได้ไป ทั้งๆ ที่เราสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีก กลายเป็นการเพิ่มปริมาณไปโดยที่เราไม่รู้ตัว

จากการพูดคุยกับ นางวรางคณา ปังดำรงค์ นักวิจัยของสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย มองว่าปัญหาขยะจะต้องมีการแก้ไขจากการปรับพฤติกรรมและทัศนคติของคนว่า ก่อนทิ้งขยะควรจะต้องมีการคัดแยกขยะเพื่อช่วยลดปริมาณขยะ คือทำอย่างไรให้ทิ้งน้อยที่สุด 

ทั้งนี้ในการคัดแยกนั้น กลุ่มคนที่ให้ความสำคัญจะเป็นคนที่อาศัยอยู่ในชุมชนแออัดมากกว่าคนในชุมชนเมืองหรือบ้านจัดสรร เนื่องจากคนในชุมชนแออัดจะมีการคัดแยกขยะเพื่อเอาไว้ขาย อย่างเช่นขยะที่สามารถรีไซเคิลได้ เช่น แก้ว พลาสติก เนื่องจากการเก็บขยะไปขายเป็นการสร้างรายได้ให้กับพวกเขาจึงเป็นแรงจูงใจให้เกิดการคัดแยกขยะ แต่คนในชุมชนเมืองกลับมองว่าเรื่องของการคัดแยกขยะนั้น เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาและบางคนไม่ทราบว่าต้องแยกอย่างไร

ในการแก้ไขปัญหาขยะนั้น นางวรางคณามีความคิดเห็นว่าจะต้องมีการพัฒนาการจัดการขยะมูลฝอยและสิ่งแวดล้อมโดยชุมชน คือคำว่าชุมชนไม่ใช่เพียงคนๆ เดียว ถ้าเราอยู่ในชุมชนแต่ว่าเราจัดการขยะอยู่คนเดียวก็ไม่เรียกว่าการจัดการขยะโดยชุมชน แต่ถ้าเราจัดการขยะโดยชุมชนจะมีองค์กร หน่วยงานต่างๆ มีคนในชุมชนเข้ามาช่วยกัน ซึ่งจะเป็นการจัดการปัญหาขยะอย่างยั่งยืน 

ส่วนขั้นตอนการแยกขยะ นางสาวรัชพร สิงขโรทัย ผู้ช่วยนักวิจัยสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย แนะนำว่าในการคัดแยกขยะนั้น อย่างแรกคือต้องแยกขยะอินทรีย์ออกมาก่อน เพื่อไม่ให้ขยะอินทรีย์ไปเลอะเปื้อนกับขยะอย่างอื่น หลังจากนั้นก็คัดแยกขยะที่สามารถรีไซเคิลได้เพื่อจะนำไปขาย ก็จะเหลือเพียงขยะทั่วไป ที่ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์หรือรีไซเคิลใหม่ได้ และเหลือขยะอันตราย ซึ่งการแยกขยะนั้นจะช่วยลดปริมาณขยะให้เหลือน้อยที่สุดก่อนเอาไปฝังกลบ

บางทีการที่เราทิ้งขยะนั้นเราอาจจะไม่เคยรู้หรือสังเกตเลยว่าแต่ละวันนั้นเราทิ้งอะไร ซึ่งอัตราการทิ้งขยะของคนกรุงเทพมหานครนั้น เฉลี่ยแล้วทิ้งขยะคนละ 1.53 กก./คน/วัน เมื่อเทียบกับเมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ตหรือเชียงใหม่ เฉลี่ยที่ 1.00 กก./คน/วัน เพราะฉะนั้นการคัดแยกขยะจึงควรเริ่มจากต้นทางก่อน นั่นก็คือคนทิ้งเพื่อลดปริมาณขยะ

“ขยะ” จะมีทั้งขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย ซึ่งดร.ลาวัณย์ วิจารณ์ อาจารย์ประจำสาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม วิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต อธิบายว่า ขยะมูลฝอยคือสิ่งที่เราไม่ได้ใช้หรือสิ่งที่เราใช้ไม่ได้ เป็นของเหลือทิ้ง แต่ของเสียอันตรายนั้นจะเป็นพวกสารเคมี บรรจุภัณฑ์ที่ใส่สารเคมี ขยะติดเชื้อ 

“อย่างวัสดุเหลือใช้ต่างๆ ที่เราไม่ได้ใช้หรือใช้การไม่ได้นั้น ถ้าเรานำวัสดุเหล่านั้นไปทิ้ง มันก็จะกลายเป็นขยะ แต่ถ้าเรายังไม่ทิ้งมันก็ยังไม่ใช่ขยะ การทิ้งขยะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของคนทิ้ง อย่างของที่ใช้ไม่ได้ถ้าเรายังไม่ทิ้งแต่เอาไปซ่อมแล้วนำมาใช้ใหม่ ถ้าไม่ทิ้งมันก็ไม่เป็นขยะ”

ดร.ลาวัณย์ ให้ความรู้เกี่ยวกับการแบ่งประเภทของขยะ ตามกรมควบคุมมลพิษนั้นจะแบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือขยะที่ย่อยสลายได้จำพวกเศษอาหาร กิ่งไม้ ใบไม้ต่างๆ ซึ่งขยะย่อยสลายได้นั้นถือเป็น 64% ของขยะทั้งหมด และขยะรีไซเคิลซึ่งคิดเป็น 30 % ของขยะทั้งหมด ซึ่งจะเห็นว่าขยะทั้งสองชนิดนี้รวมกันเป็น 94% ถ้าเราลดได้ ขยะก็จะหายไปเยอะ อีกทั้งยังมีขยะอันตรายและขยะทั่วไป ซึ่งขยะอันตรายในปัจจุบันมีประมาณ 3% ในส่วนของขยะทั่วไป จำพวกบรรจุภัณฑ์หรือพลาสติกต่างๆ ที่นำไปใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้ มีประมาณ 3% ซึ่งในปัจจุบันเราจะเห็นได้ว่าอุตสาหกรรมส่วนใหญ่หันมาให้ความสำคัญเรื่องของการนำขยะมารีไซเคิลใหม่ เพราะเป็นการลดต้นทุน 

ในเรื่องของผลกระทบนอกจากเรื่องปัญหาของกลิ่นแล้ว ยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของแมลงและพาหะนำโรคอย่างแมลงสาบ, หนู, แมลงวัน เป็นบ่อเกิดของการเกิดโรคต่างๆ และการที่ปริมาณขยะเพิ่มขึ้นยังก่อให้เกิดความรำคาญ เมื่อขยะล้นแต่คนเก็บขยะมาเก็บไม่ตรงเวลา หรือเรื่องของฝุ่นละอองจากการขนถ่ายขยะ เมื่อทิ้งขยะลงน้ำก็ทำให้น้ำเสีย ถ้ากองไว้บนดินก็ทำให้ดินเสีย และกองขยะที่ยังไม่มีการคัดแยกสารพิษออกอย่างชัดเจน สารพิษเหล่านั้นมันสามารถเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารได้เสมอ รวมไปถึงการเผาขยะถ้าใช้อุณหภูมิในการเผาไม่พอเหมาะ จะทำให้เกิดก๊าซตัวหนึ่งซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง แม้กระทั่งการฝังกลบขยะที่ไม่ถูกวิธี อาจจะทำให้เกิดการปะทุหรือระเบิดได้ ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมาอีก เช่น มลพิษทางอากาศ  และยังกระทบไปถึงเรื่องของระบบเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอีกด้วย

ซึ่งการจัดการขยะในบ้านเราก็ยังมีการจัดการที่ยังไม่ดีเท่าที่ควร ปัจจุบันเฉลี่ยแล้วคนไทยทิ้งขยะคนละ 0.64 กก./คน/วัน และค่าเฉลี่ยของคนเอเชียในการทิ้งขยะนั้นคาดว่าอีกไม่กี่ปีข้างหน้าคนเอเชียจะทิ้งขยะถึงคนละ 1 กก./คน/วัน คนส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ความสำคัญและไม่มีการตื่นกลัวว่าถ้าขยะมันเยอะขึ้นในอนาคตจะส่ง
ผลกระทบอย่างไรบ้าง

ดร.ลาวัณย์ มองว่าเรื่องของขยะที่มันเป็นปัญหาอยู่ในปัจจุบันนั้นเพราะว่าคนเรายังไม่ให้ความสำคัญ ซึ่งคนที่อยู่ในวงการสิ่งแวดล้อมนั้นเป็นกังวลในเรื่องนี้ แต่คนทั่วไปเขาก็จะไม่ค่อยรู้ว่ามันมีผลกระทบอะไรบ้างที่จะเกิดอะไรขึ้นจากปัญหาขยะ 

“ปกติแล้วปัญหาสิ่งแวดล้อมจะเป็นเรื่องสุดท้ายที่คนให้ความสนใจ ถ้าคุณไม่ตายเพราะมันไม่มีทางสนใจ ถ้าน้ำไม่เสีย แต่ถ้าวันหนึ่งมันเสียจนเราใช้ไม่ได้ เราถึงค่อยมามองว่ามันเสียเพราะอะไร ก็ค่อยมามองว่ามันเกิดจากอะไร”

แนวทางการลดขยะที่ดีที่สุดในมุมมองของนักสิ่งแวดล้อมไม่ใช่การกำจัดขยะหรือแก้ที่ขยะ แต่จะต้องปรับพฤติกรรมการทิ้งขยะของคนเรา ทำอย่างไรให้เกิดขยะน้อยที่สุด ของบางอย่าง เราไม่ใช้แล้วก็อาจนำไปให้คนอื่นหรือเสียแล้วก็เอาไปซ่อมแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ก็จะไม่เกิดขยะ 

“การปรับพฤติกรรมเป็นเรื่องที่สำคัญ ซึ่งทุกวันนี้ที่ปัญหาขยะยังแก้ไม่ได้เพราะยังไม่มีใครหาวิธีการปรับพฤติกรรมคนไทยได้ อย่างแรกคือต้องทำให้พวกเขารู้ข้อมูลก่อนว่าขยะมันจะส่งผลอย่างไร” 

ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์รังสิต ฉบับที่ 66 ฉบับวันที่ 13-19 กันยายน 2555 หน้าที่ 12
ประกอบการเรียนรายวิชา : JRN450 การผลิตหนังสือพิมพ์ (Newspaper Production)