ร้านขายผลไม้ - ภาพสวยแต่กำไรจ๋อ

ผลไม้,ตามฤดูกสล,มะม่วง,แตงโม,ขายผลไม้,เศรษฐกิจ,หน้ามอ,รังสิต,นักศึกษา,รายได้,กำไร

“ขายผลไม้” กำไรไม่งามอย่างที่คิด สุทธิตกประมาณ 35,000 บาทต่อเดือน ผู้ค้าต้องหาอาชีพอื่นเสริมเพื่อให้ครอบคลุมรายจ่ายทั้งหมด

ป้าจอยเจ้าของร้านขายผลไม้หน้า ม.รังสิต เปิดเผยว่า ที่ร้านไปรับผลไม้สดมาจากตลาดสี่มุมเมืองเนื่องจากอยู่ใกล้และประหยัดค่าน้ำมัน ลงทุนวันละประมาณ 3-4พันบาท ขายได้วันละประมาณ 5,000 บาท หรืออาจจะมากกว่านี้นิดหน่อย 

“ร้านป้าขายทุกอย่างทั้ง แอปเปิ้ล ฝรั่ง มะละกอ องุ่น มะม่วง สัปปะรด แตงโมง แคนตาลูปและผลไม้ตามฤดูกาล ผลไม้ที่ขายดีจริงๆจะมีแค่ไม่กี่อย่าง มีแค่แตงโม แอปเปิ้ล สัปปะรด ฝรั่ง ที่เหลือจะได้บ้างไม่ถึงกับขายดีมาก ของที่รับมาจะเหลือเกือบทุกวันแต่เหลือไม่มาก จะนำของที่เหลือไปขายในวันต่อไป ในเรื่องของราคาก็ต้องดูที่ตลาดส่ง ถ้าวันไหนรับมาแพงก็ต้องเพิ่มราคาผลไม้ วันไหนรับมาถูกกว่าเดิมก็จะลดราคาผลไม้ลง ขายถูก”

ป้าจอยกล่าวต่อว่าร้านขายอยู่ตรงนี้จะมีกลุ่มลูกค้ากลุ่มเดียวคือนักศึกษาและบุคลากรในม.รังสิต น้อยครั้งมากที่จะมีคนอื่นมาซื้อ ซึ่งที่ร้านจะเปิดตั้งแต่ 9 โมงเช้า ถึง 3 ทุ่ม เปิดให้บริการขายทุกวัน ช่วงนักศึกษาปิดเทอมก็เปิดร้าน แต่จะรับของมาในปริมาณน้อย จากปกติลงทุนประมาณวันละ3-4พันบาทก็จะลดลงมาเหลือแค่ประมาณ 2,000 บาท ต่อวัน ส่วนกำไรช่วงปิดเทอมจะได้ไม่เท่าเปิดเทอม กำไรแค่พอใช้จ่ายรายวัน 

“กำไรต่อเดือนรวมแล้วได้ประมาณ 35,000 บาท แต่ต้องจ่ายค่าเช้าที่ 8,000 บาท ค่าเช่าบ้าน ค่ารถ ค่าจิปาถะอื่นๆประมาณ 23,000 บาท ต่อเดือน หักลบแล้วกำไรสุทธิที่เหลือเก็บจริงๆแค่ไม่กี่พันบาทต่อเดือน” ป้าจอยกล่าว

เจ๊ผึ้ง ร้านขายผลไม้ตามฤดูกาล บริเวณหน้าม.รังสิต อีกร้านเผยว่า ไม่ได้ขายผลไม้เป็นงานประจำ งานประจำคือขายข้าวต้มตอนดึก มาขายผลไม้เฉพาะช่วงเย็น จะขายผลไม้แค่ 3-4 ประเภทต่อวัน ส่วนมากจะเป็น มะม่วง แตงโม สัปปะรดและผลไม้ตามช่วงฤดูกาลอีก 1 อย่าง

“ที่ร้านเปิดขายตั้งแต่11 โมง ถึง บ่าย 3 โมง หลังจากนั้นจะเตรียมของขายข้าวต้มต่อ ที่ร้านผลไม้ลงทุนวันละประมาณ 2,000 บาท กำไรต่อวันได้ประมาณ 1,500 – 2,000 บาท รวมกำไรต่อเดือนก็ประมาณ 30,000 บาท เมื่อกำไรไม่พอที่จะเป็นค่าเช่าบ้านและค่าผ่อนรถ จึงต้องยึดอาชีพหลักเป็นการขายข้าวต้มรอบดึกประกอบด้วย” เจ๊ผึ้งกล่าว

ขอบคุณภาพจาก www.popcornfor2.com