'ไล-บรา-รี่' COFFEE SHOP รักการอ่าน

“เราตั้งใจทำห้องสมุดไม่ใช่ทำร้านกาแฟใครจะมาทำอะไรก็ได้เราไม่ใช่เป็นคนคลั่งฝรั่งเรารู้สึกว่าภาษาไทยก็สวยแล้วก็อยู่เมืองไทยทำไมต้องใช้ภาษาอังกฤษภาษาไทยก็ทำให้สวยได้คือคนเรามันควรจะรักชาติตัวเองรักวัฒนธรรมประเพณีตัวเองบ้างไม่อย่างนั้นมันก็ตามอย่างต่างชาติเขาหมดถ้าตั้งชื่อร้านว่าห้องสมุดมันไม่ใช่คำมันไม่เฉพาะก็เลยใช้คำทับศัพท์จาก Library ในภาษาอังกฤษแต่เขียนภาษาไทย แล้วใช้ขีดเหมือนคำอ่านออกเสียงในพจนานุกรม”

อาชีพในฝันของหนุ่มสาวหลายๆ คน ในสมัยนี้ คงหนีไม่พ้นธุรกิจส่วนตัวอย่างร้านกาแฟสวยๆ ตกแต่งน่ารักๆ แต่การทำร้านกาแฟให้อยู่รอดกระทั่งประสบความสำเร็จได้คงไม่ง่ายอย่างฝัน เพราะต้องอาศัยส่วนผสมหลายสิ่งหลายอย่าง รวมถึงสิ่งสำคัญที่สุดคือ ความรักในกาแฟ เช่นกับ ไล-บรา-รี่ ร้านกาแฟที่รวบรวมเสน่ห์ครบทุกส่วนผสมของกาแฟ สถานที่พักผ่อน และห้องสมุด จนทำให้กลายเป็น Coffee shop รักการอ่าน ในเล่มนี้ Underline ได้มีโอกาสแวะไปเยี่ยม ไล-บรา-รี่ พระราม ๙  และได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณปันใจ เจ้าของร้านคนสวย ใจดี เลยอยากถ่ายทอดให้กับเพื่อนๆ ได้รู้จักกับ ไล-บรา-รี่ กันตั้งแต่เริ่มต้นแนวคิด และความยากลำบากกว่าจะมาเป็น Coffee shop รักการอ่าน ในวันนี้ ทุกอย่างไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ หรือโชคเข้าข้าง แต่เป็นความรัก ความตั้งใจ และใส่ใจในทุกรายละเอียดต่างหาก ที่ทำให้ได้ส่วนผสมที่ลงตัวอย่างนี้

“เราตั้งใจทำห้องสมุด ไม่ใช่ทำร้านกาแฟ ใครจะมาทำอะไรก็ได้ เราไม่ใช่เป็นคนคลั่งฝรั่ง เรารู้สึกว่าภาษาไทยก็สวย แล้วก็อยู่เมืองไทยทำไมต้องใช้ภาษาอังกฤษ ภาษาไทยก็ทำให้สวยได้คือ คนเรามันควรจะรักชาติตัวเอง รักวัฒนธรรม ประเพณีตัวเองบ้าง ไม่อย่างนั้นมันก็ตามอย่างต่างชาติเขาหมด  เช่น ประเทศญี่ปุ่นเรารู้สึกว่าร้านที่มันอ่านอะไรไม่ออกเลยนี่แหละน่านั่ง เก๋ มีความเป็นตัวเขาอยู่ด้วย เพราะฉะนั้นวันแรกที่ทำร้านเราอยากได้ภาษาไทย แต่ก็อยากได้ที่เป็นคำเฉพาะ ถ้าตั้งชื่อร้านว่า ห้องสมุด มันไม่ใช่  คำมันไม่เฉพาะ ก็เลยใช้คำทับศัพท์จาก Library ในภาษาอังกฤษแต่เขียนภาษาไทยแล้ว ใช้ขีดเหมือนคำอ่านออกเสียงในพจนานุกรม” คุณปันใจเล่าให้ฟังถึงความเป็นมาของชื่อร้านกาแฟรักการอ่านแห่งนี้ ทุกส่วนผสมเกิดจากความคิดที่ตกผลึกและออกแบบให้มีความลงตัว

ไล-บรา-รี่ร้านกาแฟร้านแรกในชีวิต  

คุณปันใจเล่าให้ฟังว่า ร้านกาแฟ ไล-บรา-รี่ สาขาพระราม ๙  แห่งนี้ เป็นร้านกาแฟร้านแรกในชีวิต จากความฝันของเธอที่คล้ายกับคนหนุ่มสาวทั่วไปที่อยากมีธุรกิจเป็นร้านอาหารเล็กๆ มีอาหารน่าตาน่ารับประทาน รสชาติดี เป็นของตัวเอง เพราะไม่อยากเป็นพนักงานประจำจนกระทั่งถึงวัยเกษียณอายุ โดยทั้งคู่ (คุณปันใจกับคุณสามีสุดเท่) จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนอกจากนี้เธอยังสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลังจากเรียนจบคุณปันใจได้สั่งสมประสบการณ์จากการทำงานทั้งด้านการออกแบบ การตลาด และการโฆษณากับองค์กรชั้นนำด้านอสังหาริมทรัพย์อย่าง บริษัท โนเบิล เดเวลลอบเมนต์ จำกัด เป็นเวลากว่า 10 ปี

“เราทำร้านนี้ขึ้นมาไม่ได้หวังรวยเลย แต่ที่ทำเพราะชอบและอยากมีจริงๆ คือ ถ้าคิดจะรวยเราเปิดร้านอาหารจะได้กำไรมากกว่านี้ พอเราทำสิ่งที่ชอบ เราก็อยู่กับมันได้ทั้งวัน ตอนแรกก็ยังทำงานประจำไปด้วยทำร้านไปด้วย  แต่พอมาเปิดสาขาที่สองอยู่ซอยสุขุมวิท ไม่มีคนดูแล ก็เลยตัดสินใจออกจากงานมาดูร้านเต็มตัว  ต้องดูแลเอง เพราะไม่มีใครรักร้านเท่าเรา”  

เปิดบ้านเป็นห้องสมุด นั่งจิบกาแฟ กับบาริสต้าที่เป็นกันเอง

ร้านไล-บรา-รี่ เป็นผลงานของคน 2 คนที่ได้แรงบันดาลมาจากความรัก ความชอบ และความตั้งใจ ตั้งแต่การหาสถานที่ที่มีบริเวณ การออกแบบภายใต้แนวคิด นั่งสบาย เพลินๆ  เป็นกันเอง และมีความอบอุ่น โดยที่ทั้งคู่มีความรู้ด้านการออกแบบเป็นทุนเดิม ทำให้เรื่องการ Renovate โครงสร้างเก่าไม่ใช่เรื่องยาก  ร้านนี้อาศัยหลักความคิดง่ายๆ คือ ทำร้านกาแฟให้มีลูกค้าอยากมานั่ง ทุกองค์ประกอบของร้านจะผ่านการคิดแล้วคิดอีกจากรสนิยมของคนสองคน และหากย้อนไปถึงเมื่อครั้งเริ่มคิดรูปร่างหน้าตาร้าน เธอเล่าว่า เธอเริ่มจากการนึกภาพไว้ในหัวก่อนว่าร้านจะเป็นแบบมีหน้าตาอย่างไร สิ่งไหนที่เธอชอบ และจะสามารถอยู่กับมันได้นานๆ  จากนั้นจะเลือกเฟอร์นิเจอร์และตกแต่งภายในซึ่งเธอกับสามี(ที่รัก)เป็นผู้ลงมือเองหมด ส่วนมากเฟอร์นิเจอร์ของร้านจะเน้นนั่งสบาย

“เราอยากให้ร้านออกมาเป็นลักษณะเอเชีย ไม่ใช่ยุโรปฝรั่งตะวันตก อย่างนั้นไม่เอา และผสมความเป็นไทยนิดๆ ญี่ปุ่นหน่อยๆ เข้ากับคนแบบเราคือ ตัวเล็ก ผิวเหลือง น่ารัก และใช้สีขาว สีนํ้าตาล เพราะความสัมพันธ์ระหว่าง สีขาว สีนํ้าตาล สีเขียว ดูแล้วสบายดี”

ร้านสวยนั่งสบายแล้ว กาแฟต้องรสชาติดีด้วย

คุณปันใจเล่าให้ฟังว่า สูตรทุกสูตรในร้าน ไล-บรา-รี่ เป็นสูตรที่เธอคิดขึ้นเองทั้งหมด โดยเธอจะเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องสมูทตี้ ส่วนคุณสามีจะรับผิดชอบเรื่องกาแฟเป็นหลัก เริ่มตั้งแต่การเลือกกาแฟ ระดับการคั่ว กระทั่งไปจนถึงการศึกษาหาข้อมูล แล้วตามไปชิม หรือแม้แต่การถามผู้รู้ถึงปัจจัยต่างๆ ของการทำกาแฟให้อร่อย ทำให้เธอรู้ว่า กาแฟจะรสชาติดีต้องใช้กาแฟที่มีคุณภาพและมีความพอดี ที่สำคัญมากไปกว่านั้นคือ การตรวจสอบรสชาติของกาแฟต้องทำทุกวันเพื่อที่จะรักษาคุณภาพรสชาติให้เหมือนเดิมทุกวัน

‘Coffee shop รักการอ่าน

ไล-บรา-รี่ เป็นร้านกาแฟ รักการอ่าน จากการประยุกต์ 2 แนวคิดมารวมเข้าไว้ด้วยกัน คือ กาแฟ และ ห้องสมุดจากความชอบของคนทั้งคู่ ดังนั้น ไล-บรา-รี่ จึงไม่ต่างอะไรกับห้องสมุดในบ้านของเขาสองคน เพราะที่นี่จะมีเฉพาะหนังสือทีพวกเขาชอบทั้งเก่าและใหม่คละเคล้ากันแต่เป็นระเบียบ เช่น หนังสือกอล์ฟ หนังสือออกแบบ หนังสือถ่ายภาพ หนังสือศิลปะ และนิตยสารผู้หญิง และสำหรับเขาทั้งสองนั้น การอ่านหนังสือจากหนังสือจะให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากการอ่านในจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ เพราะหนังสือสามารถสัมผัสถึงอารมณ์ และสร้างจินตนาการได้ดีกว่า

 “หนังสือมันให้เวลากับเรา มันให้เราได้อยู่กับตัวเอง ให้เราได้คิด ให้เราได้ใช้สมองผ่อนคลาย ให้ความเพลิดเพลินแล้วมันยังให้แง่คิด ให้มุมมองอะไรบางอย่าง ให้เรามองมาถึงตัวเอง”

คุณปันใจได้ให้มุมองถึงการอ่านหนังสือของนักศึกษาว่า ปัจจุบันนักศึกษาส่วนใหญ่จะอ่านหนังสือเรียน ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะส่วนตัวชอบสนับสนุนให้คนเรียนหนังสือ ลูกค้าที่ร้านมักจะมีนักศึกษาที่ใกล้สอบมานั่งติวหนังสือกันเป็นกลุ่มใหญ่ แต่ถ้าเป็นไปได้อยากให้นักศึกษาได้รับการปลูกฝังพฤติกรรมรักการอ่าน ไม่ใช่อ่านเพียงแต่หนังสือเรียนที่ใช้สอบ ในส่วนนี้ทาง ไล-บรา-รี่ จะจัดวางหนังสือไว้ให้ หากใครอยากอ่าน อยากดู ก็มาหยิบได้ มากไปกว่านั้นก็พยายามเอาหนังสือใหม่ๆ มาลง หรือหนังสือเก่าๆ ที่เก่าจริงๆ มาให้ด้วยหวังว่านักศึกษา เยาวชน และลูกค้าอื่นๆ จะสนใจและอ่านหนังสือมากขึ้น

สุดท้าย คุณปันใจได้ฝากเกร็ดความรู้ไว้ว่า การอ่านหนังสือจะช่วยบำบัดโรคสมาธิสั้นได้ ด้วยการใช้สมาธิจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งดีกว่ากิจกรรมพักผ่อนอื่นๆ ที่มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา #

เรื่อง: ธนพัฒน์  ภาพ: ศีลวัสส์

ข้อมูลจาก : นิตยสาร Underline ปีที่ 19 ฉบับที่ 25 กุมภาพันธ์ 2556 หน้าที่ 44
ประกอบการเรียนรายวิชา : JRN453 การผลิตนิตยสาร (Magazine Production)